IRPCแจงมหาดไทยเพิกถอนที่ดินเป็นการเข้าใจผิด

0
211

บริษัทไออาร์พีซีชี้แจงกรณีกระทรวงมหาดไทยสั่งเพิกถอนการใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ในเขตประกอบการ IRPC ที่ระยอง ยืนยันเป็นความเข้าใจผิด ระบุที่ผ่านมาดำเนินการตามกฎหมายถูกต้อง และอยู่ขั้นตอนการซื้อที่ดินใหม่เพื่อมาแลกเปลี่ยนกับที่ดินสาธารณะประโยชน์ 200 ไร่ของ 3 ตำบล แต่กฎหมายมีขั้นตอนมากและใช้เวลานาน จึงใช้วิธีตามมาตรา 9 ของกรมที่ดินดำเนินการเช่าควบคู่กันไป พร้อมยืนยันชาวบ้านได้ประโยชน์และไม่มีการรุกพื้นที่ป่าแน่นอน

นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกรณีที่กระทรวงมหาดไทยออกมาให้ข่าวว่าจะสั่งเพิกถอนการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะของบริษัท ไออาร์พีซี ในเขตประกอบการ IRPC ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยองว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างถูกต้อง  โดยในเขตประกอบการ IRPC มีเนื้อที่ทั้งหมด 6,000 ไร่นั้นมีพื้นที่สาธารณประโยชน์ราว 200 ไร่ แต่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ถนนเก่า และไม่มีสิ่งปลูกสร้างถาวร

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2553 ทางไออาร์พีซี ได้ดำเนินการซื้อที่ดินเพื่อมาแลกเปลี่ยนกับที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งครอบคลุม 3 ตำบลได้แก่ ต.เชิงเนิน ต.ตะพง และ ต.บ้านแลง เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ของทั้ง 3 แห่ง ได้จัดสรรนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนพื้นที่ต่อไป แต่กระบวนการแลกเปลี่ยนที่ดินตามกฎหมายมีขั้นตอนมากและใช้เวลา ดังนั้น บริษัทจึงใช้ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 คือ การเช่าที่ดินแทนไปก่อน ซึ่งได้ดำเนินการจ่ายเงินเช่าที่ดินของ ต.เชิงเนิน และ ต.ตะพง แล้วตั้งแต่ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ส่วน ต.บ้านแลงยังติดปัญหาภายในชุมชนเอง จึงยังอยู่ในกระบวนการจ่ายค่าเช่า โดยยืนยันว่าชุมชนได้รับผลประโยชน์อย่างแน่นอน

สำหรับกระบวนการการแลกที่ดิน ปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการแลกที่ดินแล้ว 2 แห่ง คือ ต.เชิงเนิน และ ต.ตะพง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรมที่ดิน ส่วนที่ดิน ต.บ้านแลง ทาง อบต. ได้เสนอที่ดินแลกเปลี่ยนมาแล้ว แต่ขั้นตอนยังไม่แล้วเสร็จ โดยพบว่ามีการร้องเรียนในตำบล รวมทั้งมีการประเมินราคาที่ดินใหม่ จึงทำให้การดำเนินการล่าช้าออกไป

    “ข่าวที่ออกมาว่าบริษัทถูก มท.เพิกถอนการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะนั้น น่าจะเป็นการเข้าใจผิด และยืนยันว่าไม่ได้รุกพื้นที่ป่าอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาบริษัททำถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย และมั่นใจว่าชุมชนได้ประโยชน์” นายสุกฤตย์กล่าว

อ้างอิงที่มา http://energynewscenter.com/index.php/news/detail/947