CWTฟันกำไรQ2กระฉูดรับรู้ออเดอร์โซลาร์ฟาร์มเพิ่ม

โดยทั้งกำไรสุทธิ และรายได้จากการขาย และบริการในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจชิ้นส่วนหนังสำหรับเบาะรถยนต์จากลูกค้าเดิมที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของตลาดส่งออกรถยนต์ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงบริษัทได้รับยอดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนหนังสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 4 รุ่น ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ 2 รายจากประเทศญี่ปุ่น และที่สำคัญบริษัทมีรายได้สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานโดยการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จำนวน 11.76 ล้านบาท

0
190

‘ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป’ โชว์ผลงานกำไรสุทธิงวด 3 เดือนสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2560 โตกระฉูด 346.58% เทียบกับกำไร 3 เดือนของปีที่แล้ว ฟันรายได้พุ่ง 32.76% หลังบุ๊คยอดขายเบาะรถยนต์เพิ่มสูงขึ้น และรับรู้รายได้โซล่าร์ฟาร์ม คาด COD ชีวมวล 9.6 MW Q2/61

นางสุปริญา ภู่ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT เปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัทงวด 3 เดือนประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 39.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 346.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8.88 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย และบริการรวม 475.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.39 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 32.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย และบริการอยู่ที่ 358.29 ล้านบาท

สำหรับงวด 6 เดือน ของปี 2560 บริษัทมีรายได้รวม 932.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201.69 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 27.59% มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือน เท่ากับ 45.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.66 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 29.58%เมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559

โดยทั้งกำไรสุทธิและรายได้จากการขาย และบริการในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจชิ้นส่วนหนังสำหรับเบาะรถยนต์จากลูกค้าเดิมที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของตลาดส่งออกรถยนต์ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงบริษัทได้รับยอดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนหนังสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 4 รุ่น ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ 2 รายจากประเทศญี่ปุ่น และที่สำคัญบริษัทมีรายได้สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานโดยการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จำนวน 11.76 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทย่อยแห่งหนึ่งของบริษัทมีกำไรจากการยกหนี้จากสถาบันการเงินในจำนวน 9.86 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนการผลิตของบริษัทปรับตัวลดลงเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหนังลดลงจากการสั่งซื้อวัตถุดิบจากแหล่งผู้ขายวัตถุดิบโดยตรง


ส่วนความคืบหน้าของการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลกำลังผลิต 9.6 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท โคกเจริญ กรีนเอ็นเนอร์ยี จํากัด หรือ KE ซึ่งบริษัท ชัยวัฒนา กรีน เพาเวอร์ จำกัด หรือ CWTG ในฐานะบริษัทย่อยของ CWT เข้าลงทุน และดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งในปัจจุบันการดำเนินงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล KE ภาพรวมของโครงการมีความก้าวหน้าไปมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งจะสามารถดำเนินการติดติดตั้งเครื่องจักร และอุปกรณ์ รวมถึงงานไฟฟ้าและงานระบบ ภายในเดือนมกราคม 2561 และคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถเริ่มทดลองเดินเครื่องกำลังการผลิตได้ภายในเดือนมีนาคม 2561 เป็นไปตามกรอบแผนงานที่กำหนดไว้ และจะสามารถดำเนินการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2561

“ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่เรามีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยธุรกิจชิ้นส่วนหนังก็มีออเดอร์จากรถรุ่นใหม่ ๆ จากผู้ผลิตรถยนต์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้เรามีรายได้ที่แน่นอน ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนก็สามารถรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปีในปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกส่วนที่สำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับเรา ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เราเข้าไปลงทุนก็อยู่ในกรอบเวลาที่ได้วางไว้ ซึ่งเราเองก็พร้อมที่จะหาโอกาสสำหรับการลงทุนด้านพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง” นางสุปริญากล่าว