กฟภ.เท6หมื่นล้านพัฒนาระบบสายส่ง-จำหน่ายไฟฟ้า

0
111

กฟผ.เดินหน้าพัฒนำร่องโครงข่ายพลังงานอัจฉริยะที่แม่ฮ่องสอนภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาระบบสมาร์ทกริดของไทย ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่ลงทุนกว่า 62,000 ล้าน ครม.รับลูกไฟเขียวเดินหน้าพัฒนาระบบสายส่ง-จำหน่ายไฟฟ้าระยะ 6 ปี หวังช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพของระบบส่งและระบบจำหน่ายให้เป็นมาตรฐานสากล และเชื่อมโยงระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ธุรกิจอุตสาหกรรม

20161102_pr04
ว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้เดินหน้าพัฒนาโครงการนำร่องการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ทกริด) ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของไทย โดยจ้างที่ปรึกษา บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม ศึกษา จัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ สำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากเทคโนโลยีแผงไฟโตโวลเทอิก โครงการพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งจะติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดกำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ขนาด 4 เมกะวัตต์, 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่ระยะเตรียมการโครงการ ระยะก่อสร้าง และระยะดำเนินการ

20161102_pr03

นอกจากนี้ยังมีการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและการรับฟังความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ ซึ่งจะศึกษาแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 60 เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าต่อไป

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2559 ได้อนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายระยะที่ 1 ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2564 วงเงินลงทุนรวม 62,678.71 ล้านบาท

20161102_pr01

สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าและก่อสร้างสถานีไฟฟ้าให้สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพของระบบส่งและระบบจำหน่ายให้สามารถจ่ายไฟฟ้าอย่างปลอดภัยเป็นมาตรฐานสากล รวมถึงการเชื่อมโยงระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ธุรกิจอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แหล่งชุมชนต่างๆ ทั้งผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิม ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่และพื้นที่สำคัญ

ทางด้านกระทรวงพลังงานเห็นว่าหากต้องการไฟฟ้าเพิ่มแต่ละจุด กฟภ.ควรหารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เนื่องจากพบว่าโครงการยัง ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในประเด็นการพัฒนา เพื่อรองรับการเชื่อมโยงกับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและ พลังงานทางเลือก จึงเห็นควรให้ กฟภ.ทำแผนการบริหารจัดการของระบบสายส่งไฟฟ้าด้วย