ปส.ประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์พลังงานนิวเคลียร์ระยะ 5 ปี

0
186

รองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างความรู้ความเข้าใจแผนปฏิบัติการของนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ ระยะ ๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔” ณ ห้องแคทลียา ตึกรามาวิงส์ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา หวังเพื่อยกระดับการใช้นิวเคลียร์เพี่อพัฒนาประเทศสู่สากล

         นางสาววิไลวรรณ  ตันจ้อย รองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กล่าวว่า นโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ พ.ศ. 2560 – 2569 ผ่านความเห็นชอบของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 14 มีนาคม 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในด้านพลังงานนิวเคลียร์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติรับหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว

            ดังนั้น จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมหารือร่วมกันเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการของนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ ระยะ ๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ โดยมุ่งเน้นยุทธศาสตร์หลัก ๔ ด้าน ได้แก่ ๑. ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงานนิวเคลียร์ ๒. การกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานนิวเคลียร์ ๓. การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านพลังงานนิวเคลียร์ และ ๔. การส่งเสริมการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

            “สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อทำความเข้าใจแผนปฏิบัติการฯ การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระยะที่ 1 พ.ศ. 2560 – 2561 โครงการที่จะดำเนินการในปี พ.ศ. 2562 และการระดมความคิดเห็นในการทบทวนแผนงาน หรือโครงการ  รวมถึงเตรียมจัดทำคำของบประมาณประจำปี พ.ศ. 2563 – 2564  เชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ตามเป้าหมายหลักที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ของภูมิภาคอาเซียน และสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยทีมวิทยากรจาก ปส. และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. และมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า ๑๐๐ คน ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และผู้แทนจากภาคการศึกษา เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการวางรากฐานการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศที่มั่นคงและยั่งยืน” นางสาววิไลวรรณ